<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-6575884439556700606</id><updated>2011-10-25T22:47:18.577-07:00</updated><title type='text'>บาทหลวงวิรัช นารินรักษ์</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://peterwirat.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6575884439556700606/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://peterwirat.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Peter Wirat Narinrak</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09795053553545393681</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://3.bp.blogspot.com/_M_AsbRQV2A4/TJ21JCr_gOI/AAAAAAAAADI/4SJboUfA-Pw/S220/SAM_1197.JPG'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>5</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6575884439556700606.post-6025072681653366368</id><published>2011-03-02T00:48:00.000-08:00</published><updated>2011-03-02T00:52:06.529-08:00</updated><title type='text'>เทววิทยาเรื่องคริสต์ศาสนจักร</title><content type='html'>แนวทางการทบทวนบทเรียนวิชาเทววิทยาเรื่องคริสต์ศาสนจักร&lt;br /&gt;1.ให้นักศึกษาค้นคว้าและทำความเข้าใจเรื่อง “ธรรมชาติของพระศาสนจักร” ในฐานะที่เป็น ก) ประชากรของพระเป็นเจ้า ข) ร่างกายอันล้ำลึกของพระคริสตเจ้า  และ ค) สิ่งสร้าง (วิหาร)  ของพระจิตเจ้า ทั้งจากเอกสารประกอบการสอน คำสอนของพระศาสนจักร และหนังสืออ่านประกอบอื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.ให้นักศึกษามองสถานการณ์ปัจจุบันของพระศาสนจักรว่า สมาชิกของพระศาสนจักรกำลังดำเนินชีวิตสอดคล้องกับธรรมชาติที่แท้จริงของพระศาสนจักรหรือไม่ อย่างไร และปัญหาที่พระศาสนจักรเผชิญมีอะไรบ้าง นักศึกษาพอจะมองเห็นแนวทางในการแก้ไขอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.ในฐานะที่เป็นสมาชิกของพระศาสนจักร นักศึกษาจะเปรียบเทียบประชากรของพระเป็นเจ้าในพันธสัญญาเดิม และประชากรใหม่แห่งศีลล้างบาปในพระศาสนจักร ว่าเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร มีจุดแยกแยะอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4.จากคำสอนที่ว่าพระศาสนจักรเป็น “เครื่องหมายและเครื่องมือแห่งความรอด” นักศึกษาเข้าใจอย่างไร และมีวิธีประกาศเครื่องหมายและเครื่องมือแห่งความรอดให้มนุษยชาติรับรู้ได้อย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5.ให้นักศึกษาทำความเข้าใจบทบาทของพระศาสนจักรในฐานะที่เป็น “ธรรมทูต” และนักศึกษาจะใช้บทบาทนี้ในโลกปัจจุบันได้อย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6.พระศาสนจักรเน้นบทบาทของฆราวาสมากขึ้น นักศึกษาอธิบายการมีส่วนร่วมของพระคริสตชนฆราวาสในบทบาทของพระศาสนจักร ตามพระสมณสาสน์ Lumen Gentium และหากเป็นคุณพ่อเจ้าวัดนักศึกษามีวิธีการใดที่จะส่งเสริมบทบาทของฆราวาสในเขตวัดของเตน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;7.ให้นักศึกษาทำความเข้าใจในความสัมพันธ์และความร่วมมือกันของพระสังฆราช พระสงฆ์-นักบวช และฆราวาส ในงานอภิบาลและแพร่ธรรมของพระศาสนจักร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;8.ให้นักศึกษาทำความเข้าใจเรื่องคณะต่างๆ ของพระสงฆ์นักบวชในพระศาสนจักร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9.ให้ลองเลือกหัวข้ออื่นๆ ที่นักศึกษาสนใจเป็นพิเศษจากที่ได้ศึกษามาในรายวิชานี้ และอธิบายอย่างละเอียด พร้อมแนวทางในการประยุกต์ใช้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6575884439556700606-6025072681653366368?l=peterwirat.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://peterwirat.blogspot.com/feeds/6025072681653366368/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://peterwirat.blogspot.com/2011/03/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6575884439556700606/posts/default/6025072681653366368'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6575884439556700606/posts/default/6025072681653366368'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://peterwirat.blogspot.com/2011/03/blog-post.html' title='เทววิทยาเรื่องคริสต์ศาสนจักร'/><author><name>Peter Wirat Narinrak</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09795053553545393681</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://3.bp.blogspot.com/_M_AsbRQV2A4/TJ21JCr_gOI/AAAAAAAAADI/4SJboUfA-Pw/S220/SAM_1197.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6575884439556700606.post-9005218729830328975</id><published>2010-12-03T23:13:00.000-08:00</published><updated>2010-12-03T23:14:38.973-08:00</updated><title type='text'>ทำอะไรสักนิด โอกาสพระคริสตสมภพ</title><content type='html'>ทำอะไรสักนิด โอกาสคริสตสมภพ&lt;br /&gt;เราทุกคนต่างรอคอยความสุขแห่งพระคริสตสมภพ แต่การที่เราจะสามารถมีความสุขที่แท้จริงได้ ก็ต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งรวมไปถึงการปฏิบัติกิจเมตตาปราณีแก่ผู้อยู่ในความต้องการด้วย ดังนั้น โลกทุกวันนี้จึงต้องการผู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้อื่นเป็นอย่างมาก แต่ค่อนข้างที่จะเป็นไปไม่ได้ในการเอาใจใส่คนอื่นในขณะที่เราเองปรนเปรอความต้องการของตนเองอยู่ เช่นเดียวกัน หากเราเชิดชูความต้องการของมนุษย์แล้ว พระประสงค์ของพระเจ้าก็ดูเหมือนจะถูกทำให้ด้อยค่าลงไปจากความหลงผิดของเรา แต่หากเราปฏิบัติตามพระประสงค์อย่างสมบูรณ์ ก็เท่ากับว่าเราได้เติมเต็มตัวเราด้วยปรีชาญาณที่จะนำเราเข้าสู่ความสุขแห่งการบังเกิดขององค์พระกุมาร และความปลอดภัยฝ่ายวิญญาณนั่นเอง&lt;br /&gt;เพื่อหวังความสุขและความปลอดภัยอันนี้เราจึงยึดมั่นในศาสนา สำหรับบางคน การนับถือศาสนาก็คือการเชื่อฟังบทบัญญัติ กฎศีลธรรม และข้อบังคับอื่นๆ ของศาสนาอย่างเคร่งครัด แต่สำหรับอีกบางคนก็เพียงแต่ทำสิ่งดีเพียงเล็กน้อยพอไม่ให้มีผิดก็เป็นการเพียงพอ หรือไม่ผิดบทบัญญัติก็พอแล้ว พวกนี้จึงมักมีคำถามว่า “ผมต้องทำสิ่งนี้ด้วยหรือ” หรือพูดว่า “อย่างน้อยฉันก็ทำสิ่งดีไปแล้ว” แต่สิ่งที่พวกนี้ไม่รู้ก็คือ ความยินดีเมื่อได้ทำมากกว่านั้น ซึ่งเป็นจิตตารมณ์ของพระเยซูคริสตเจ้าเอง เพราะพระองค์เกิดมาเพื่อทำตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า&lt;br /&gt;เมื่อมองดูชีวิตของเราจึงมีสิ่งต่างๆ มากมายที่เราต้องปรับปรุงแก้ไข ลด ละ เลิกในชีวิตของเรา เพื่อให้เหมาะสมจะรับพระพรแห่งการบังเกิดขององค์พระกุมาร โอกาสพระคริสตสมภพปีนี้ จึงขอให้เราทำอะไรที่เพิ่มขึ้นจากที่เคยทำสัก 3 อย่าง คือ&lt;br /&gt;1) ลดความอิจฉาริษยา เรารู้สึกอิจฉาก็เพราะมีความคิดผิดๆ ว่า หากเรามีในสิ่งที่คนอื่นเขามี หากเราเป็นในสิ่งที่เขาเป็นนั้น เราก็จะมีความสุข แต่แท้จริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ พลังแห่งความอิจฉาที่ผลักดันเราให้ทำสิ่งที่เป็นอันตรายต่อบุคคลอื่นๆ นั้น นับว่าชั่วร้ายมากจนกระทั่งถูกนับเป็น 1 ในบาปต้น 7 ประการ ความอิจฉาจึงเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มแรกของมนุษยชาติ เราจะหลีกเลี่ยงหรือป้องกันไม่ให้ความอิจฉาฝังรากลึกในจิตใจได้อย่างไร&lt;br /&gt;ก. ยอมรับว่าความอิจฉาเกิดขึ้นได้กับทุกคน ความรู้สึกอิจฉาไม่เลวร้ายเสมอไป แต่การยึดเอาไว้และการกระทำตามนั่นแหละ เมื่อความอิจฉามาก็ต้องขอความเข้มแข็งจากพระเยซูคริสตเจ้าขจัดออกไป&lt;br /&gt;ข. ยึดหลักคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้า เพราะความสุขไม่ได้อยู่ที่สิ่งของของโลกนี้ แต่อยู่ที่การรับใช้พระเจ้าและเพื่อนมนุษย์&lt;br /&gt;2) ลดการยึดตนเองเป็นหลัก ถ้าจิตใจเรายึดมั่นหลักการใด ก็เป็นการยากที่จะเปลี่ยนใจยอมรับสิ่งอื่น โอกาสนี้ให้เรามายึดเอาพระเยซูคริสตเจ้าเป็นหลักในชีวิตจะดีกว่า&lt;br /&gt;3) ลดการโกหกหลอกลวง และเพิ่มความซื่อสัตย์ คุณแม่เทเรซา แห่งกัลกัตตา เน้นเสมอถึงความซื่อสัตย์ในสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้โดยกล่าวว่า “สิ่งเล็กน้อยก็เพียงสิ่งเล็กน้อยจริงๆ แต่การซื่อสัตย์ต่อสิ่งเหล่านั้นกลับกลายเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ เพราะไม่ใช่ว่าเราทำมากเท่าไร แต่เราใส่ความรักมากเท่าไรในการกระทำนั้น ไม่ใช่ว่าเราให้มากเท่าไร แต่เราใส่ความรักมากเท่าไรในการให้นั้น”&lt;br /&gt;ดังนั้น ชีวิตของเราจึงเป็นเหมือนแปลงเพาะกล้า ถ้าเราบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความดี ก็จะกลายเป็นบุญลาภใหญ่หลวงสำหรับเรา แต่หากเราบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความชั่ว ก็จะกลายเป็นพยศชั่วที่ติดตัวเราไป&lt;br /&gt;ขอพระพรแห่งพระคริสตสมภพจงอยู่กับทุกท่านตลอดไป&lt;br /&gt;เปโตร วิรัช นารินรักษ์&lt;br /&gt;บ้านเณรแสงธรรม&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6575884439556700606-9005218729830328975?l=peterwirat.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://peterwirat.blogspot.com/feeds/9005218729830328975/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://peterwirat.blogspot.com/2010/12/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6575884439556700606/posts/default/9005218729830328975'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6575884439556700606/posts/default/9005218729830328975'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://peterwirat.blogspot.com/2010/12/blog-post.html' title='ทำอะไรสักนิด โอกาสพระคริสตสมภพ'/><author><name>Peter Wirat Narinrak</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09795053553545393681</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://3.bp.blogspot.com/_M_AsbRQV2A4/TJ21JCr_gOI/AAAAAAAAADI/4SJboUfA-Pw/S220/SAM_1197.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6575884439556700606.post-2216011450788396561</id><published>2010-09-25T01:17:00.000-07:00</published><updated>2010-09-25T01:20:15.726-07:00</updated><title type='text'>พระนางมารีย์ในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่</title><content type='html'>การบอกเล่าอย่างชัดเจนถึงเรื่องราวบทบาทที่พระนางพรหมจารีมารีย์ทรงมี ซึ่งปรากฏแรกสุดในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ (ถูกบันทึก 50 ปีหลังการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้า) แม้มองดูแล้วจะไม่มีความสำคัญมากนัก แต่ก็มีบทบาทที่เด่นชัด เราจึงต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับข้อเท็จจริงมูลฐานนี้ ในฐานะที่เป็นพระวจนะของพระเป็นเจ้า&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6575884439556700606-2216011450788396561?l=peterwirat.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://peterwirat.blogspot.com/feeds/2216011450788396561/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://peterwirat.blogspot.com/2010/09/blog-post_25.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6575884439556700606/posts/default/2216011450788396561'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6575884439556700606/posts/default/2216011450788396561'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://peterwirat.blogspot.com/2010/09/blog-post_25.html' title='พระนางมารีย์ในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่'/><author><name>Peter Wirat Narinrak</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09795053553545393681</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://3.bp.blogspot.com/_M_AsbRQV2A4/TJ21JCr_gOI/AAAAAAAAADI/4SJboUfA-Pw/S220/SAM_1197.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6575884439556700606.post-2995996604818718506</id><published>2010-09-25T01:08:00.000-07:00</published><updated>2010-12-03T23:25:36.268-08:00</updated><title type='text'>พระนางมารีย์ตามธรรมประเพณีคริสตชน</title><content type='html'>สัจธรรมเรื่องพระแม่มารีย์ในธรรมประเพณีคริสตชน&lt;br /&gt;บทนำ&lt;br /&gt;ความเคารพนับถือพระแม่มารีย์ของคริสตชนนั้นได้ค่อยๆ เติบโตมาช้านาน  ตั้งแต่ศตวรรษแรกๆ ทีเดียว ความศรัทธาภักดีของคริสตชนต่อพระแม่มารีย์ได้กลายเป็นศูนย์กลางแนวทางแห่งชีวิตจิต และศิลปะในธรรมประเพณีคาทอลิก และออร์โธดอกซ์ ซึ่งเห็นได้ ตั้งแต่ปี 150 A.D. ซึ่งมีภาพวาดปูนเปียกตามฝาผนัง มีรูปแม่พระและพระกุมารเยซูเจ้าในกาตากอมบ์ Priscilla ที่โรม มีบทภาวนาถึงแม่พระ มีบทสดุดี มีพิธีกรรมวิงวอนถึงแม่พระ และมีการฉลองต่างๆ เพื่อเทิดเกียรติพระนางด้วย นอกนั้นมีการตั้งชื่ออาสนวิหาร ชื่อคณะนักบวช และแม้แต่ชื่อของปีในนามของพระแม่มารีย์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นการแสดงออกถึงความศรัทธาภักดี และความรักผูกพันของบรรดาคริสตชนต่อพระแม่มารีย์  ก่อนที่จะมีข้อคำสอนทางการเกี่ยวกับแม่พระในพระศาสนจักรเสียอีก&lt;br /&gt;การพัฒนาข้อคำสอนเกี่ยวกับพระนางมารีย์ในพระศาสนจักรนั้น ค่อยๆ เติบโตตามจังหวะในแต่ละช่วงเหมือนลูกคลื่นที่ก่อตัวขึ้นมา แล้วพุ่งไปข้างหน้า แตกกระจายแล้วไหลย้อนกลับมา  จนกว่าคลื่นลูกใหม่มากระทบให้มันพุ่งไปไกลกว่าเดิม (จึงเป็นลักษณะขาดความต่อเนื่อง) ทั้งนี้การพัฒนาข้อคำสอนเกี่ยวกับพระแม่มารีย์ จะเกิดขึ้นตามธรรมประเพณีที่ยึดถือหรือปฎิบัติของแต่ละสมัยในความศรัทธาภักดีต่อพระนางมารีย์ในด้านต่างๆ ซึ่งบ่อยครั้งก่อให้เกิดปัญหา และการโต้แย้งอย่างรุนแรง ที่สุดก็สงบลง ซึ่งเราแบ่งออกเป็น 5 ช่วงดังนี้&lt;br /&gt;1.             สมัยปิตาจารย์ ถึง สมัยสภาสังคายนาเมืองเอเฟซัส (ค.ศ.100-431)&lt;br /&gt;2.             จากสมัยสภาสังคายนาเมืองเอเฟซัส ถึงสมัยการปฎิรูปของพระสันตะปาปาเกรโกรี (ประมาณ ค.ศ. 1050)&lt;br /&gt;3.             จากปลายศตวรรษที่ 11 ถึงปลายสภาสังคายนาเมืองเตรนท์ (ค.ศ.1563)&lt;br /&gt;4.             สมัยหลังจากสภาสังคายนาเมืองเตรนท์ ถึงสภาสังคายนาวาติกันที่ 2&lt;br /&gt;5.             สมัยสภาสังคายนาวาติกันที่ 2 ถึง สมัยปัจจุบัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6575884439556700606-2995996604818718506?l=peterwirat.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://peterwirat.blogspot.com/feeds/2995996604818718506/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://peterwirat.blogspot.com/2010/09/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6575884439556700606/posts/default/2995996604818718506'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6575884439556700606/posts/default/2995996604818718506'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://peterwirat.blogspot.com/2010/09/blog-post.html' title='พระนางมารีย์ตามธรรมประเพณีคริสตชน'/><author><name>Peter Wirat Narinrak</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09795053553545393681</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://3.bp.blogspot.com/_M_AsbRQV2A4/TJ21JCr_gOI/AAAAAAAAADI/4SJboUfA-Pw/S220/SAM_1197.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6575884439556700606.post-8081730960904182357</id><published>2010-03-24T03:20:00.001-07:00</published><updated>2010-03-24T03:20:59.850-07:00</updated><title type='text'></title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://3.bp.blogspot.com/_M_AsbRQV2A4/S6nnfyXoliI/AAAAAAAAABQ/14rhsiOpIUU/s1600/02.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 240px;" src="http://3.bp.blogspot.com/_M_AsbRQV2A4/S6nnfyXoliI/AAAAAAAAABQ/14rhsiOpIUU/s320/02.jpg" border="0" alt="" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5452143357191558690" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6575884439556700606-8081730960904182357?l=peterwirat.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://peterwirat.blogspot.com/feeds/8081730960904182357/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://peterwirat.blogspot.com/2010/03/blog-post_9020.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6575884439556700606/posts/default/8081730960904182357'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6575884439556700606/posts/default/8081730960904182357'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://peterwirat.blogspot.com/2010/03/blog-post_9020.html' title=''/><author><name>Peter Wirat Narinrak</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09795053553545393681</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://3.bp.blogspot.com/_M_AsbRQV2A4/TJ21JCr_gOI/AAAAAAAAADI/4SJboUfA-Pw/S220/SAM_1197.JPG'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_M_AsbRQV2A4/S6nnfyXoliI/AAAAAAAAABQ/14rhsiOpIUU/s72-c/02.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
